บทความที่ 7: ตัวอย่างข้อสอบ Error Identification อีกข้อหนึ่ง

บทความนี้ก็เอามาจากเว็บเก่าอีกตามเคย (พี่เขียนเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว) ข้อสอบประเภท error identification หรือ error detection หรือ error recognition เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความรู้ด้านไวยากรณ์ ข้อสอบแต่ละข้อจะให้ประโยคมา 1 ประโยค แล้วให้หาที่ผิดมา 1 แห่ง โดยมากจะให้เลือกที่ผิดจากคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ไว้ น้อง ๆ หลายคนคงเคยทำข้อสอบลักษณะนี้มาบ้างแล้ว ลองดูตัวอย่างข้อสอบกันเลยครับ ช่วยกันตอบหน่อยครับว่าคำที่ขีดเส้นใต้คำไหนผิด?

As an active, commit global corporation, we join worldwide efforts to promote awareness of endangered species.

เฉลย ข้อนี้ผิดที่คำว่า commit ครับ ทำไมถึงผิด? ถ้าตอบแบบสั้น ๆ ก็คือ commit เป็น verb แต่ในที่นี้ต้องการ adjective ไปขยายคำว่า corporation (n.) ดังนั้นจึงต้องแก้เป็น committed (adj.) ครับ

สำหรับนักเรียนที่พื้นฐานภาษาอังกฤษดี พี่อธิบายเพียงเท่านี้ก็น่าจะ “get” แล้วครับ แต่สำหรับคนที่พื้นฐานไม่แข็งแรงแล้วการอธิบายให้ฟังแค่นี้ไม่พอแน่ครับ แถมอาจจะไม่เกิดประโยชน์อีกต่างหาก แล้วทีนี้ ทำไงดีล่ะ? ในมุมมองของพี่ซึ่งเป็นครูสอนภาษา วิธีที่ดีที่สุดก็คือปูพื้นฐานไวยากรณ์ใหม่หมดก่อนที่จะมาทำข้อสอบประเภทนี้ อีกวิธีคือสอนจากข้อสอบและอธิบายวิธีคิดอย่างละเอียดเท่าที่จะทำได้ ปกติแล้วพี่ก็จะใช้ทั้งสองวิธีผสมกัน คือ แบ่งเวลาเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งปูพื้นฐาน อีกส่วนหนึ่งฝึกทำข้อสอบ ซึ่งในการฝึกทำข้อสอบนี้ พี่ก็จะอธิบายประเด็นไวยากรณ์และคำศัพท์ในข้อสอบข้อนั้น ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วย

ต่อไปนี้จะเป็นการวิเคราะห์ตัวอย่างข้อสอบข้อนี้อย่างละเอียด (อย่าลืมว่าตอนนี้เรากำลังศึกษา grammar จากข้อสอบ แต่เวลาทำข้อสอบจริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องดูละเอียดขนาดนี้นะ)

เวลาอ่านประโยคในภาษาอังกฤษ สิ่งที่เราควรให้ความสนใจเป็นอันดับแรกคือ subject (S) และ verb (V) ของ main clause ซึ่งในที่นี้ S = we และ V = join (สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าหา S และ V มาได้อย่างไร ก็ควรไปทำความเข้าใจเรื่อง clauses ก่อนครับ บทความก่อน ๆ ก็มีเขียนไว้บ้าง)

เพื่อความสะดวกในการอธิบาย พี่จะหั่นประโยคเป็น 3 ท่อน ดังนี้

ท่อนที่ 1: As an active, committed global corporation,

มาดูคำศัพท์กันหน่อยครับ แม้ในความเป็นจริงเราอาจจะไม่ต้องรู้ศัพท์ทั้งหมดก็สามารถทำข้อสอบได้ก็ตาม แต่ก็ต้องรู้ศัพท์มากพอที่จะจับใจความของประโยคได้

as (prep) = ในฐานะที่เป็น
active (adj) = ที่ตื่นตัว
commit (v) = กระทำ, ให้คำมั่น
committed (adj) = ซึ่งอุทิศตน
global (adj) = ที่เกี่ยวข้องกับทั้งโลก, ระดับโลก (มาจาก globe ซึ่งแปลว่าโลก) corporation (n) = บริษัท

ท่อนที่ 1 นี้เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า as ซึ่งเป็น preposition (บุพบท) แล้วตามด้วย noun phrase (นามวลี) คือ an active, committed global corporation (noun ตัวหลักคือ corporation นอกนั้นเป็นคำขยาย)

Noun phrase ที่มี preposition เป็นติ่งอยู่ข้างหน้าอย่างนี้ เราเรียกรวมกันว่า prepositional phrase (บุพบทวลี)

คำว่า active, committed และ global ต่างก็เป็น adjective ไปขยายคำนามคือ corporation (ดูแผนภาพข้างบนประกอบ) แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็น adjective ล่ะ? อืมม์… มันก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้นะครับถ้าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ถ้าไม่รู้ก็มีข้อสังเกตนิดนึงคือ ถ้าจะมีคำมาคั่นระหว่าง an กับ noun ส่วนมากมันก็เป็น adjective นั่นแหละ ลองไปดู mind map เรื่อง clause patterns ที่พี่เคยโพสต์ไว้นะ

ถ้าเรารู้ว่า active และ global ต่างก็เป็น adjective ทั้งคู่ เราก็คิดต่อไปว่าคำที่อยู่ระหว่างกลางของ 2 คำนี้มันก็น่าจะเป็น adjective ด้วยนะ ถึงตอนนี้แล้วเราก็ต้องรู้จักคำว่า commit และต้องรู้ด้วยว่ารูปคำที่โจทย์ให้มานี้มันเป็น verb แต่ตรงนี้เราต้องการ adjective ดังนั้นข้อนี้จึงไม่ถูก ถ้าจะแก้ให้ถูกก็ต้องแก้เป็น committed (adj.)

OK มั้ยครับ? มาดูท่อนต่อไปเลย

ท่อนที่ 2: we join worldwide efforts

เริ่มจากดูคำศัพท์กันก่อน

join (v) = ร่วม, เข้าร่วม
worldwide (adj) = ทั่วโลก
effort (n) = ความพยายาม (คำนี้เป็นได้ทั้งนามนับได้และนามนับไม่ได้)

คำว่า join เป็นกริยาที่ต้องการกรรม (transitive verb) ซึ่งกรรมในที่นี้ก็คือนามวลี “worldwide efforts…” นั่นเอง โดยคำว่า worldwide เป็น adjective ขยายคำนาม efforts

ดูที่คำว่า efforts ผิดมั้ย? เติม -s อย่างนี้ถูกหรือยัง? คำว่า effort ในที่นี้เป็นนามนับได้ ดังนั้นจึงสามารถเติม -s ได้ นอกจากนี้ข้างหน้าก็ไม่มี article หรือตัวบ่งปริมาณตัวอื่น ๆ ดังนั้นข้อนี้ OK แล้ว (เพราะถ้ามี a, an อยู่ข้างหน้า เราจะเติม -s แสดงความเป็นพหูพจน์ที่คำนามไม่ได้)

ท่อนที่ 3: to promote awareness of endangered species

คำศัพท์…

promote (v) = ส่งเสริม
awareness (n) = จิตสำนึก
, ความตระหนัก
endangered (adj) = ที่ใกล้สูญพันธุ์

species (n) = สปีชีส์ (ชนิดของสัตว์/พืช)

ท่อนที่ 3 ของเราอยู่ในรูป to-infinitive clause ซึ่งก็คือ clause ที่ขึ้นต้นด้วย to แล้วตามด้วยกริยาที่ไม่ผันและไม่แสดง tense

น้องบางคนที่มีพื้นฐานไวยากรณ์มาบ้างอาจสงสัยว่าไอ้นี่มันเรียกว่า clause ได้ด้วยเหรอ เพราะ clause มันน่าจะประกอบด้วย subject กับ verb แท้นี่นา พี่แมกซ์สอนผิดรึเปล่าเอ่ย? พี่ก็ขอตอบว่า ถ้าวิเคราะห์ตามแนวทางไวยากรณ์ดั้งเดิม (traditional grammar) มันก็เป็นไปตามที่น้องเข้าใจนั่นแหละครับ นักไวยากรณ์ดั้งเดิมเค้าจะบอกว่า “to promote awareness of endangered species” ไม่ใช่ clause แต่เป็นเพียงแค่ phrase เพราะ verb ที่ปรากฏคือ to promote เป็น verb ไม่แท้ แถมยังไม่มี subject ปรากฏให้เห็นอีก   แต่ถ้าวิเคราะห์ตามแนวทางภาษาศาสตร์ปัจจุบัน เราจะถือว่า “to promote awareness of endangered species” เป็น clause ชนิดหนึ่งได้ครับ

ในที่นี้ to-infinitive clause ของเรามี verb คือ promote และมี object อยู่ในรูปของ noun phrase คือ awareness of endangered species

ต่อไปจะพิจารณาเฉพาะ noun phrase awareness of endangered species

Noun phrase นี้มีนามตัวหลักคือ awareness ซึ่งเป็นนามนับไม่ได้ (อาจสังเกตได้จาก suffix -ness) ตรงนี้ไม่มีอะไรผิด

of endangered species เป็นส่วนขยายที่อยู่ในรูปของ prepositional phrase ซึ่งประกอบด้วย preposition คือ of และ noun phrase คือ endangered species (คำว่า endangered เป็น adjective ขยายคำนาม species)

คำว่า endangered ที่โจทย์ให้มานั้นถูกต้องแล้วทั้งในด้านรูปคำและความหมาย คำนี้สร้างจากคำกริยา endanger (ทำให้อยู่ในอันตราย, คุกคาม) เมื่อเติม -ed เข้าไปปุ๊บจะได้คำใหม่คือ endangered ซึ่งเป็น adjective ที่อยู่ในรูป past participle (V3) ความหมายของมันจะสื่อถึงการถูกกระทำ (passive) ซึ่งในที่นี้ความหมายคือ “ซึ่งถูกทำให้อยู่ในอันตราย”, “ซึ่งถูกคุกคาม” หรืออีกนัยหนึ่งคือ “ซึ่งใกล้สูญพันธุ์” นั่นเองครับ

ขอสรุปคำศัพท์ที่สร้างมาจากคำว่า danger หน่อย
danger (n) = ภัยอันตราย

endanger (v) = ทำให้ตกอยู่ในอันตราย
endangered (adj) = ซึ่งตกอยู่ในอันตราย, ซึ่งใกล้สูญพันธุ์
dangerous (adj) = ซึ่งเป็นอันตราย
dangerously (adv) = อย่างเป็นอันตราย

น้อง ๆ ควรสังเกตด้วยว่ากลุ่มคำ awareness of endangered species เป็น noun phrase (NP) ที่มี prepositional phrase (PP) ซ้อนอยู่ข้างใน และใน PP ก็ยังมี NP อยู่ข้างในอีก โอ้ว… อะไรมันจะซับซ้อนปานนั้น! จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ พูดให้งงเล่นไปอย่างนั้นเอง ;-)

NP(awareness PP(of NP(endangered species)))

จบแล้วครับ เย้! ใครที่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ พี่ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะน้องเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากกกก ;-) ขอให้น้องประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษนะครับ พี่เอาใจช่วย :-)

About these ads
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.