บทความที่ 10: มารู้จัก Phrases ชนิดต่าง ๆ กันเถอะ

วันนี้เราจะมาเรียนเรื่อง phrases กันครับ เรื่องนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ  น้อง ๆ คิดว่าตัวเองรู้จักไอ้ phrases นี่ดีแค่ไหนครับ? ถ้ารู้จักดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อครับ ไปดู YouTube หรือเล่น Facebook คลายเครียดดีกว่า (อ้าว ซะงั้น ;-))

พี่เคยพูดเรื่อง phrases ไว้บ้างแล้วในบทความก่อน ๆ โดยเฉพาะในบทความที่ 5 แต่ในบทความนั้นเป็นการพูดถึงแค่คร่าว ๆ  วันนี้เราจะมาเจาะลึกลงไปในรายละเอียดมากขึ้น

คำว่า phrases แปลเป็นไทยได้ว่า “วลี” หรือ “กลุ่มคำ” เพราะฉะนั้นถ้าจะทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ น้องควรมีความรู้เรื่อง “คำ” เป็นพื้นฐานมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องชนิดของคำ (word classes หรือ parts of speech) ซึ่งมีอยู่หลัก ๆ 8 ชนิด ได้แก่

noun
verb
adjective
adverb — พี่เคยอธิบายเรื่อง adverb ไว้นิดหน่อยในบทความที่ 8
pronoun
determiner
preposition
conjunction

ถ้าน้องยังไม่รู้จักชนิดของคำทั้ง 8 ข้างบน พี่แนะนำให้หาอ่านจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ตก็ได้ เพราะถ้ารออ่านจากเว็บพี่แมกซ์คงอีกนาน เพราะพี่ไม่รู้จะมีเวลาเขียนรึเปล่า

ในภาษาอังกฤษเราสามารถแบ่ง phrases ออกได้เป็น 5 ชนิดตามรูปร่างหน้าตาของมัน แต่ละชนิดจะมีอะไรบ้างเดี๋ยวพี่จะบอกครับ แต่ก่อนอื่นอยากให้น้อง ๆ ลองอ่านประโยคข้างล่างนี้ก่อนครับ

The birds were singing very cheerfully outside my window.

ประโยคนี้แปลไม่ยากเลย จริงมั้ย? ถ้าน้องไม่รู้จักคำไหนก็เปิด dictionary เอาแค่นั้นเอง ต่อไปนี้พี่จะแบ่งประโยคนี้ออกเป็น phrases โดยใช้เส้น | คั่น

The birds | were singing | very cheerfully | outside my window.

คำที่เป็นตัวหนาคือคำหลัก (main word หรือ head) ของแต่ละ phrases

จากประโยคข้างบน เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า

the birds เป็น noun phrase (วลีที่มีคำหลักเป็น noun/pronoun)
were singing เป็น verb phrase (วลีที่มีคำหลักเป็น verb)
very cheerfully เป็น adverb phrase (วลีที่มีคำหลักเป็น adverb)
outside my window เป็น prepositional phrase (วลีที่มีคำหลักเป็น preposition)

น้องคงพอจะมองเห็นลักษณะของ phrases แต่ละชนิดแล้วนะครับ อ้อ ขาดไปอีก 1 ชนิด คือ adjective phrase น้องลองดูประโยคข้างล่างนี้เลย

They | seem | very happy.

ในประโยคนี้ very happy เป็น adjective phrase (วลีที่มีคำหลักเป็น adjective)

จากประโยคข้างบนมีคำถามต่อว่า แล้ว they กับ seem ล่ะเป็นอะไร? ถ้ามองในระดับ “คำ” ก็ตอบได้เลยว่า they เป็น pronoun ส่วน seem เป็น verb แต่ตอนนี้เรากำลังวิเคราะห์ในระดับ phrase อยู่ น้องคิดว่าสองคำนี้เป็น phrase มั้ยครับ?

ถ้าตอบตามนักภาษาศาสตร์หรือนักไวยากรณ์สมัยใหม่ ก็ต้องตอบว่าคำว่า they และ seem ต่างก็เป็น phrase ด้วยกันทั้งคู่ ถึงแม้ว่าจะมีคำเพียงคำเดียวก็ตาม ดังนั้นในประโยคข้างบน

they เป็น noun phrase (เพราะมีคำหลักคือ they ซึ่งเป็น pronoun)
seem เป็น verb phrase (เพราะมีคำหลักคือ seem ซึ่งเป็น verb)

ถ้าน้องเข้าใจแล้ว ก็ลองวิเคราะห์ประโยคข้างล่างนี้ดูครับว่ามี phrases แบบไหนบ้าง

Bob | is | happy.

คงตอบกันได้ว่า Bob เป็น noun phrase, is เป็น verb phrase และ happy เป็น adjective phrase

บางคนอาจจะงง ๆ เพราะปกติที่เรียนกันมา คำว่า phrase แปลว่า “กลุ่มคำ” มันก็น่าจะประกอบด้วยคำอย่างน้อย 2 คำขึ้นไปนี่นา…  อันที่จริงแล้ว คำ ๆ เดียวก็สามารถเป็น phrase ได้ครับ (ถ้าวิเคราะห์ตามหลักภาษาศาสตร์ปัจจุบัน)

เรามาดูโครงสร้างของ phrases แต่ละชนิดกันเลยดีกว่า


1. Noun phrase (NP)

Noun phrase (นามวลี) คือกลุ่มคำที่มี noun หรือ pronoun เป็นคำหลัก และอาจมี modifers (ส่วนขยาย) อยู่ด้วย

อย่างที่พี่เกริ่นไว้ข้างบน noun phrase อาจจะอยู่ในรูปของคำ ๆ เดียวก็ได้ เช่น

cats (noun)
he (pronoun)
it (pronoun)
everyone
(pronoun)

ถ้า noun phrase มีส่วนขยายอยู่ข้างหน้านามตัวหลัก เราเรียกส่วนขยายนั้นว่า premodifier เช่น

some black cats
นามวลีนี้มี some (determiner) กับ black (adjective) เป็น premodifiers

ถ้า noun phrase มีส่วนขยายอยู่ข้างหลังนามตัวหลัก เราจะเรียกมันว่า postmodifier เช่น

the best day of my life
นามวลีนี้มีบุพบทวลี of my life เป็น postmodifier

the girl that I love
นามวลีนี้มี relative clause คือ that I love เป็น postmodifier


ย้ายบทความไปที่
http://www.krumac.com/2014/12/phrases.html


About these ads